ก.ล.ต. — ตรวจสอบผู้แนะนำการลงทุนและเตือนภัยหลอกลงทุน
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย ที่ให้คุณตรวจสอบใบอนุญาตของผู้ที่ชวนลงทุน และอ่านรายชื่อผู้ที่ถูกเตือนว่าทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะโอนเงินให้ใคร
www.sec.or.th
สิ่งที่ทำได้
-
ตรวจใบอนุญาตก่อนโอนเงิน
ก.ล.ต. เปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจและบุคลากรที่ได้รับใบอนุญาต ให้ประชาชนตรวจสอบได้ด้วยตัวเองว่าคนที่ชวนลงทุนอยู่ในระบบจริงหรือไม่
-
ประกาศเตือนผู้ลงทุน
เมื่อพบผู้เสนอขายการลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต หน่วยงานจะเผยแพร่รายชื่อไว้เป็นข้อมูลสาธารณะ เพื่อเตือนประชาชนก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น
-
กำกับดูแลตัวกลางในตลาดทุน
บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน ผู้แนะนำการลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
-
ข้อมูลเปิดเผยของบริษัทที่ระดมทุน
บริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนต้องเปิดเผยงบการเงินและข้อมูลสำคัญตามรอบเวลาที่กำหนด ผู้ลงทุนรายย่อยจึงอ่านข้อมูลชุดเดียวกับมืออาชีพ
-
สินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในขอบเขตด้วย
ศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการแก่คนไทยต้องได้รับใบอนุญาต แพลตฟอร์มคริปโตที่ไม่มีใบอนุญาตจึงเป็นสัญญาณอันตรายในตัวเอง
-
ความรู้สำหรับผู้ลงทุน
หน่วยงานเผยแพร่คำอธิบายผลิตภัณฑ์การลงทุน ความเสี่ยงที่ต้องรับ และวิธีสังเกตกลโกง ด้วยภาษาที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจ
สำนักงาน ก.ล.ต. คืออะไร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่า ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุนไทย งานหลักคือการออกใบอนุญาตและกำกับดูแลผู้ที่ยืนอยู่ระหว่างประชาชนกับเงินลงทุนของประชาชน ตั้งแต่บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุนรวม ผู้แนะนำการลงทุน ไปจนถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากงานด้านใบอนุญาต ก.ล.ต. ยังกำหนดให้บริษัทที่ระดมทุนจากประชาชนต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงเวลา เพื่อให้ผู้ลงทุนรายย่อยตัดสินใจบนข้อมูลชุดเดียวกับผู้ลงทุนสถาบัน และเมื่อพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หน่วยงานมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อเตือนประชาชน
สองเรื่องที่คนทั่วไปต้องใช้จริง
เรื่องแรกคือการตรวจสอบใบอนุญาต ก.ล.ต. เปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจและบุคลากรที่ได้รับความเห็นชอบหรือได้รับใบอนุญาตไว้เป็นข้อมูลสาธารณะ คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนโอนเงินทุกครั้งจึงมีเพียงข้อเดียว คือคนหรือบริษัทที่กำลังชวนเราลงทุนอยู่ในรายชื่อนั้นหรือไม่ และใบอนุญาตที่มีครอบคลุมสิ่งที่เขากำลังเสนอขายหรือเปล่า
เรื่องที่สองคือประกาศเตือนผู้ลงทุน เมื่อหน่วยงานพบผู้ที่เสนอขายการลงทุนหรือให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการเผยแพร่รายชื่อไว้ให้ประชาชนตรวจสอบได้ ข้อมูลชุดนี้มีค่ามากที่สุดในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่คนคนหนึ่งจะตัดสินใจโอนเงิน เพราะเป็นจังหวะเดียวที่คำเตือนยังเปลี่ยนผลลัพธ์ได้
ใครกำกับดูแลอะไร
| หน่วยงาน | ดูแลเรื่องอะไร | ตัวอย่างที่ใกล้ตัวประชาชน |
|---|---|---|
| สำนักงาน ก.ล.ต. | ตลาดทุนและผู้ประกอบธุรกิจด้านการลงทุน | หุ้น กองทุนรวม ตราสารหนี้ ผู้แนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัล |
| ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย | การให้บริการระบบซื้อขายและข้อมูลบริษัทจดทะเบียน | ระบบซื้อขายหุ้น ราคาและข่าวของบริษัทจดทะเบียน |
| ธนาคารแห่งประเทศไทย | ธนาคารพาณิชย์และระบบการชำระเงิน | บัญชีเงินฝาก สินเชื่อ พร้อมเพย์ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ |
| สำนักงาน คปภ. | ธุรกิจประกันภัยและคนกลางประกันภัย | ประกันชีวิต ประกันวินาศภัย ตัวแทนและนายหน้าประกันภัย |
| ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ | คดีอาญาฐานฉ้อโกงและการหลอกลวงประชาชน | การแจ้งความ การอายัดบัญชี การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด |
รูปแบบการหลอกลงทุนที่พบบ่อยในไทย
การหลอกลงทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากการโฆษณาแบบเปิดเผย แต่เริ่มจากการทักเข้ามาทางโซเชียลมีเดียหรือแอปแชท บางรายเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนจะพูดถึงเงินสักบาทเดียว ทำให้เหยื่อไม่รู้สึกว่ากำลังคุยกับคนแปลกหน้า และคำเตือนทั่วไปเรื่อง “อย่าเชื่อคนไม่รู้จัก” ใช้ไม่ได้ผล
- ทักมาทางโซเชียลมีเดียหรือแอปแชท คุยเรื่องทั่วไปหรือเรื่องความสัมพันธ์ก่อน แล้วค่อยเล่าว่าตนเองลงทุนแล้วได้กำไร
- การันตีผลตอบแทนสูงในเวลาสั้น พร้อมย้ำว่าไม่มีความเสี่ยง ซึ่งไม่มีผลิตภัณฑ์การลงทุนถูกกฎหมายรายใดกล่าวอ้างเช่นนั้นได้
- ให้ติดตั้งแอปหรือเข้าเว็บที่แสดงยอดกำไรเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งที่ตัวเลขบนหน้าจอถูกกำหนดโดยผู้หลอกลวงเอง
- ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาหรือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่ตรงกับชื่อบริษัทที่อ้างถึง
- ยอมให้ถอนกำไรก้อนเล็กได้จริงในช่วงแรก เพื่อสร้างความไว้ใจก่อนชวนให้ลงเงินก้อนใหญ่
- เมื่อขอถอนเงินก้อนใหญ่ กลับถูกเรียกเก็บค่าภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าปลดล็อกบัญชีเพิ่มก่อนเสมอ
- แอบอ้างชื่อบริษัทหลักทรัพย์ ผู้บริหาร หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอยู่จริง รวมถึงตั้งกลุ่มแชทที่มีคนคอยยืนยันว่าได้กำไรจริง
เมื่อสงสัยว่าถูกหลอกลงทุน
สิ่งที่ต้องทำเร็วที่สุดคือติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีที่โอนเงินออกไป เพื่อขอให้ระงับหรืออายัดธุรกรรม เพราะโอกาสตามเงินคืนลดลงเร็วมากตามเวลาที่ผ่านไป จากนั้นจึงแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้มีเลขคดี และแจ้งข้อมูลผู้ที่เสนอขายการลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาตให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบผ่านช่องทางรับเรื่องบนเว็บไซต์ทางการ ระหว่างนั้นให้เก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งภาพหน้าจอบทสนทนา ชื่อและเลขบัญชีปลายทาง สลิปการโอน และลิงก์เว็บไซต์หรือแอปที่ใช้ เพราะทั้งธนาคาร ตำรวจ และหน่วยงานกำกับดูแลต้องใช้หลักฐานชุดเดียวกันนี้
ทำไมหน้านี้จึงต้องมีอยู่
คำเตือนที่ค้นไม่เจอ ก็เตือนใครไม่ได้ ในการตรวจสอบเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ตอบกลับรหัส 403 ต่อทุกคำขอจากเครื่องที่เราใช้ตรวจสอบ ทั้งเมื่อระบุตัวเป็น Googlebot และเมื่อใช้เบราว์เซอร์ทั่วไป เราจึงอ่าน robots.txt เพื่อยืนยันนโยบายไม่ได้ สิ่งที่สังเกตได้ในทางปฏิบัติคือ คนที่กำลังลังเลแล้วพิมพ์ชื่อบริษัทที่ชวนลงทุนลงในช่องค้นหา มักเจอหน้าโฆษณาของฝ่ายที่ชักชวนก่อนคำเตือนของหน่วยงานกำกับดูแล หน้านี้จึงทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางที่ค้นเจอได้ อธิบายว่าเว็บไซต์ทางการมีข้อมูลอะไรให้ตรวจสอบและควรตรวจอย่างไร ก่อนส่งผู้อ่านไปยังต้นทางโดยตรง ThaiGov.co เป็นไดเรกทอรีอิสระ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่รับเรื่องร้องเรียน และไม่รับข้อมูลส่วนบุคคลหรือเงินลงทุนแทนหน่วยงานใด
ขั้นตอนการใช้งาน
-
จดชื่อให้ครบก่อนเริ่มค้นหา
บันทึกชื่อและนามสกุลของผู้ที่ติดต่อมา ชื่อเต็มของบริษัทที่เขาอ้าง ชื่อแอปหรือเว็บไซต์ และลิงก์ที่ส่งมาให้ มิจฉาชีพมักตั้งชื่อให้คล้ายบริษัทจริงโดยต่างกันเพียงหนึ่งถึงสองตัวอักษร การเทียบชื่อแบบตัวต่อตัวจึงสำคัญกว่าการจำคร่าว ๆ
-
เข้าเว็บไซต์ทางการด้วยการพิมพ์ที่อยู่เอง
อย่ากดลิงก์ที่อีกฝ่ายส่งมา และอย่าเลือกผลลัพธ์ที่เป็นโฆษณาบนสุดของหน้าค้นหา ให้พิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ด้วยตัวเอง แล้วบันทึกไว้เป็นบุ๊กมาร์กสำหรับใช้ครั้งต่อไป
-
ค้นรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตด้วยชื่อตามกฎหมาย
ลองค้นทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งชื่อบุคคลและชื่อนิติบุคคล เพราะชื่อทางการค้าที่ใช้โฆษณามักไม่ตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ หากสะกดได้หลายแบบ ให้ลองให้ครบทุกแบบก่อนสรุปผล
-
ตรวจว่าใบอนุญาตตรงกับสิ่งที่เขาเสนอขาย
ใบอนุญาตมีหลายประเภทและครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่างกัน คนที่มีใบอนุญาตประเภทหนึ่งอาจไม่มีสิทธิเสนอขายผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่ง และการที่บริษัทหนึ่งมีใบอนุญาต ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่อ้างชื่อบริษัทนั้นได้รับมอบหมายให้ติดต่อคุณจริง
-
อ่านประกาศเตือนผู้ลงทุนก่อนตัดสินใจ
ค้นชื่อบุคคล บริษัท และชื่อแพลตฟอร์มในประกาศเตือนผู้ลงทุนที่หน่วยงานเผยแพร่ไว้ หากพบชื่อใดชื่อหนึ่งตรงกัน ให้ยุติการติดต่อทันที และอย่าโอนเงินเพิ่มเพื่อ “ปลดล็อก” เงินที่โอนไปแล้ว
-
ถ้าไม่พบชื่อ ให้ถือว่ายังไม่ผ่าน
การค้นไม่พบไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แต่แปลว่ายังไม่มีหลักฐานว่าได้รับอนุญาต ให้สอบถามหน่วยงานโดยตรงผ่านช่องทางติดต่อบนเว็บไซต์ทางการก่อน และอย่าโอนเงินระหว่างที่ยังไม่ได้คำตอบ ความเร่งรัดให้รีบตัดสินใจคือสิ่งที่มิจฉาชีพต้องการที่สุด
ไปยังเว็บไซต์ทางการ
คุณกำลังจะออกจาก ThaiGov.co ไปยังเว็บไซต์ทางการของหน่วยงาน — www.sec.or.th
คำถามที่พบบ่อย
ก.ล.ต. กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่างกันอย่างไร
สำนักงาน ก.ล.ต. คือหน่วยงานกำกับดูแล ทำหน้าที่ออกใบอนุญาต วางกฎเกณฑ์ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้เล่นในตลาดทุน ส่วนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคือผู้ให้บริการระบบซื้อขายหุ้น ซึ่งเองก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. อีกชั้นหนึ่ง พูดง่าย ๆ คือ ก.ล.ต. เป็นผู้กำกับ ตลาดหลักทรัพย์เป็นสนาม
จะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่ชวนลงทุนมีใบอนุญาตจริง
ให้ขอชื่อและนามสกุลจริง พร้อมชื่อบริษัทต้นสังกัดตามที่จดทะเบียน แล้วนำไปค้นในรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตบนเว็บไซต์ทางการของ ก.ล.ต. ด้วยตัวคุณเอง ไม่ใช่ให้เขาส่งลิงก์หรือภาพหน้าจอมาให้ดู ภาพใบอนุญาตและเลขที่ใบอนุญาตปลอมแปลงได้ง่ายมาก การตรวจจากต้นทางจึงเป็นวิธีเดียวที่เชื่อถือได้
ก.ล.ต. กำกับดูแลคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยหรือไม่
ใช่ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการในประเทศไทย เช่น ศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้า ต้องได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม การที่แพลตฟอร์มมีใบอนุญาตเป็นเรื่องของการกำกับผู้ให้บริการ ไม่ใช่การรับรองว่าเหรียญหรือโทเคนใดเป็นการลงทุนที่ดี ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลยังผันผวนสูงและอาจสูญเงินต้นทั้งหมดได้
ถ้าบริษัทมีใบอนุญาตแล้ว แปลว่าลงทุนแล้วไม่ขาดทุนใช่ไหม
ไม่ใช่ ใบอนุญาตหมายความว่าผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เปิดเผยข้อมูล และถูกตรวจสอบได้ แต่ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือคุ้มครองไม่ให้ขาดทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง และหน่วยงานกำกับดูแลไม่แนะนำหลักทรัพย์รายตัวว่าควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ หากใครอ้างว่า “ก.ล.ต. รับรองผลตอบแทน” ให้ถือเป็นสัญญาณของการหลอกลวงทันที
ค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์แล้วไม่เจอ ควรทำอย่างไร
ลองค้นด้วยชื่อที่จดทะเบียนแทนชื่อทางการค้า ลองทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ตัดคำนำหน้าอย่าง “บริษัท” หรือ “จำกัด” ออก และลองพิมพ์เพียงบางส่วนของชื่อ เพราะระบบค้นหาส่วนใหญ่จับคู่ตามชื่อทางกฎหมาย หากยังไม่พบหรือหน้าเว็บโหลดไม่ขึ้น ให้ติดต่อสอบถามหน่วยงานผ่านช่องทางบนเว็บไซต์ทางการโดยตรง และระหว่างนั้นให้ถือว่ายังตรวจสอบไม่ผ่าน
มีคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ติดต่อมาช่วยตามเงินคืน จริงหรือไม่
ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ การหลอกรอบสองมักเกิดกับผู้ที่เคยเสียเงินไปแล้ว โดยอ้างชื่อหน่วยงานรัฐและเสนอจะตามเงินคืนแลกกับค่าดำเนินการ หน่วยงานกำกับดูแลไม่เรียกเก็บเงินเพื่อติดตามทรัพย์สินคืน ไม่ขอรหัส OTP และไม่ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล หากเจอแบบนี้ให้วางสาย แล้วติดต่อกลับผ่านช่องทางทางการที่คุณค้นเจอเอง
ถูกหลอกลงทุนไปแล้ว ก.ล.ต. ตามเงินคืนให้ได้ไหม
สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่หน่วยงานที่ชดใช้ค่าเสียหายหรือติดตามเงินคืนให้รายบุคคล การติดตามเงินเป็นเรื่องของกระบวนการทางอาญาและธนาคาร ดังนั้นควรติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อขอระงับธุรกรรมโดยเร็วที่สุด และแจ้งความกับตำรวจ ส่วนการแจ้งข้อมูลให้ ก.ล.ต. ทราบ มีประโยชน์ในแง่การออกประกาศเตือนและดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป