กสทช. — ร้องเรียนปัญหามือถือ อินเทอร์เน็ต และตรวจสอบสิทธิผู้บริโภค
หน่วยงานกำกับดูแลคลื่นความถี่ โทรคมนาคม และการกระจายเสียงของไทย ที่รับเรื่องร้องเรียนเมื่อผู้ให้บริการมือถือหรืออินเทอร์เน็ตไม่ยอมแก้ปัญหาให้คุณ
www.nbtc.go.th
สิ่งที่ทำได้
-
ข้อพิพาทเรื่องค่าบริการ
บิลสูงผิดปกติ ยอดไม่ตรงกับแพ็กเกจที่ตกลงไว้ หรือถูกคิดเงินซ้ำ เป็นเรื่องที่ผู้ใช้บริการโต้แย้งได้ และส่งต่อถึงหน่วยงานกำกับดูแลได้หากผู้ให้บริการไม่แก้ไข
-
บริการเสริมที่ถูกคิดเงินโดยไม่ได้ตกลง
การถูกหักเงินรายเดือนจากบริการที่ไม่เคยสมัครอย่างชัดแจ้ง หรือสมัครไปโดยไม่มีการแจ้งราคาให้ทราบก่อน เป็นเรื่องร้องเรียนที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง
-
สิทธิที่จะรู้ราคาและสิทธิที่จะยกเลิก
ผู้ให้บริการที่ถือใบอนุญาตต้องแจ้งเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนก่อนเรียกเก็บเงิน และต้องเปิดทางให้ยกเลิกบริการที่ผู้ใช้ไม่ต้องการได้จริง
-
คุณภาพสัญญาณและการย้ายค่ายเบอร์เดิม
สัญญาณที่ใช้งานไม่ได้ต่อเนื่องในพื้นที่ที่ระบุว่าให้บริการ ความเร็วต่ำกว่าที่โฆษณา หรือการย้ายค่ายที่ไม่สำเร็จซ้ำ ๆ ล้วนเป็นเรื่องที่ร้องเรียนได้
-
ซิมที่ผูกกับบัตรประชาชนของคุณ
ทุกเลขหมายในไทยต้องลงทะเบียนผูกกับตัวตนผู้ใช้ ซึ่งแปลว่าเบอร์ที่คนอื่นเปิดในชื่อคุณก็ตามกลับมาหาคุณได้ด้วย จึงควรตรวจสอบไว้สักครั้ง
-
เนื้อหาในวิทยุและโทรทัศน์
นอกจากงานด้านโทรคมนาคม หน่วยงานนี้ยังกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ จึงรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับรายการและโฆษณาที่ออกอากาศด้วย
กสทช. คือใคร และช่วยผู้บริโภคเรื่องอะไรได้บ้าง
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่า กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่จัดสรรคลื่นความถี่ ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการมือถือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และสถานีวิทยุโทรทัศน์ พร้อมทั้งวางกติกาที่ผู้ได้รับใบอนุญาตทุกรายต้องปฏิบัติตาม งานส่วนใหญ่ในภาพรวมจึงเป็นเรื่องเชิงนโยบายที่คนทั่วไปไม่ได้สัมผัสโดยตรง
แต่มีงานอีกด้านหนึ่งที่ใกล้ตัวมาก นั่นคือการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ เมื่อค่ายมือถือ ผู้ให้บริการเน็ตบ้าน หรือสถานีโทรทัศน์ไม่ยอมแก้ปัญหาให้ ผู้บริโภคส่งเรื่องต่อมาที่หน่วยงานกำกับดูแลได้ เพราะผู้ให้บริการเหล่านั้นถือใบอนุญาตและต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในทางปฏิบัติ นี่คือช่องทางที่ทำให้คำว่าสิทธิผู้บริโภคมีน้ำหนักขึ้นมา แทนที่จะจบลงแค่การเถียงกับพนักงานคอลเซ็นเตอร์แล้วยอมแพ้ไปเอง
เรื่องแบบไหนที่ส่งถึง กสทช. ได้
ขอบเขตครอบคลุมทั้งฝั่งโทรคมนาคมและฝั่งกระจายเสียง ตารางด้านล่างสรุปกลุ่มเรื่องที่พบบ่อย พร้อมหลักฐานที่ควรมีไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มร้องเรียน
| ประเภทปัญหา | ตัวอย่างที่พบบ่อย | หลักฐานที่ควรเตรียม |
|---|---|---|
| ค่าบริการและการคิดเงิน | บิลสูงผิดปกติ คิดเงินซ้ำ หรือยอดไม่ตรงกับแพ็กเกจที่ตกลงไว้ | ใบแจ้งค่าบริการย้อนหลัง ภาพหน้าจอแพ็กเกจที่สมัคร และวันที่เกิดปัญหา |
| บริการเสริมที่ไม่ได้สมัคร | ถูกหักเงินรายเดือนจากบริการที่ไม่เคยกดยืนยัน หรือสมัครไปโดยไม่รู้ว่ามีค่าใช้จ่าย | ข้อความยืนยันการสมัคร รายการหักเงิน และผลของการขอยกเลิก |
| ยกเลิกบริการไม่ได้ | แจ้งยกเลิกแล้วยังถูกเรียกเก็บเงินต่อ หรือถูกโยนไปหลายช่องทางจนเรื่องไม่จบ | วันเวลาที่แจ้งยกเลิก ช่องทางที่ใช้ และเลขรับเรื่องของผู้ให้บริการ |
| ย้ายค่ายเบอร์เดิม | ย้ายไม่สำเร็จซ้ำ ๆ ถูกปฏิเสธโดยไม่มีคำอธิบาย หรือเบอร์ใช้ไม่ได้ระหว่างย้าย | ข้อความแจ้งผลการย้าย วันที่ยื่นคำขอ และเหตุผลที่ผู้ให้บริการแจ้ง |
| คุณภาพสัญญาณและความเร็ว | สัญญาณใช้ไม่ได้ต่อเนื่องในพื้นที่ที่ระบุว่าให้บริการ หรือความเร็วต่ำกว่าที่โฆษณามาก | ผลทดสอบความเร็วพร้อมวันเวลา ที่อยู่ของจุดที่มีปัญหา และเลขรับเรื่องเดิม |
| เนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ | รายการหรือโฆษณาที่เห็นว่าไม่เหมาะสมหรือทำให้เข้าใจผิด | ชื่อช่อง ชื่อรายการ วันและเวลาที่ออกอากาศ |
ลำดับที่สำคัญ — ผู้ให้บริการก่อน แล้วจึงถึงหน่วยงานกำกับดูแล
ขั้นตอนที่คนมักข้ามแล้วทำให้เรื่องช้าลง คือการส่งเรื่องมาที่หน่วยงานกำกับดูแลทั้งที่ยังไม่เคยแจ้งผู้ให้บริการเลย การกำกับดูแลตั้งต้นจากการที่ผู้ให้บริการได้มีโอกาสแก้ไขปัญหาก่อน เรื่องจึงควรเริ่มที่ค่ายที่คุณใช้อยู่เสมอ และสิ่งสำคัญที่สุดในขั้นนี้คือขอเลขรับเรื่องหรือเลขอ้างอิงไว้ทุกครั้ง พร้อมจดวันเวลาและชื่อผู้รับเรื่อง เพราะเป็นหลักฐานว่าคุณให้โอกาสผู้ให้บริการแล้ว และมักเป็นสิ่งแรกที่ถูกถามหาเมื่อส่งเรื่องต่อ หากคอลเซ็นเตอร์ไม่ให้เลขรับเรื่อง ให้บันทึกวันเวลาที่โทร หมายเลขที่โทรออก และสรุปสิ่งที่พนักงานตอบไว้แทน
สิทธิที่ใช้เป็นหลักในการโต้แย้ง
- คุณมีสิทธิรู้ราคาและเงื่อนไขที่ชัดเจนก่อนจะถูกเรียกเก็บเงิน ไม่ใช่รู้ทีหลังตอนเห็นยอดในบิลแล้ว
- การคิดค่าบริการต้องมาจากความยินยอมของผู้ใช้ การกดปุ่มโดยไม่รู้ว่ามีค่าใช้จ่าย หรือการต่ออายุอัตโนมัติที่ไม่เคยแจ้ง ไม่ใช่ความยินยอมที่ชัดแจ้ง
- คุณมีสิทธิยกเลิกบริการที่ไม่ต้องการ และการยกเลิกต้องทำได้จริง ไม่ใช่ถูกโยนไปมาจนคุณล้มเลิกไปเอง
- คุณมีสิทธิได้รับใบแจ้งค่าบริการที่ตรวจสอบรายการได้ และมีสิทธิโต้แย้งยอดที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง
- คุณมีสิทธิได้รับบริการตามคุณภาพที่ผู้ให้บริการโฆษณาไว้หรือระบุไว้ในสัญญา
ซิมที่ลงทะเบียนในชื่อคุณ เรื่องที่ควรตรวจสักครั้ง
ทุกเลขหมายมือถือในประเทศไทยต้องลงทะเบียนผูกกับตัวตนของผู้ใช้ ซึ่งเป็นกติกาที่หน่วยงานกำกับดูแลวางไว้ร่วมกับผู้ให้บริการ ข้อดีคือเลขหมายทุกเลขสาวกลับไปหาผู้ถือครองได้ แต่ผลอีกด้านหนึ่งคือ หากมีคนนำสำเนาบัตรประชาชนของคุณไปเปิดเบอร์ เบอร์นั้นจะอยู่ในชื่อคุณ และถ้าถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ชื่อของคุณคือชื่อแรกที่ปรากฏ การตรวจว่ามีเลขหมายกี่เลขผูกอยู่กับเลขบัตรประชาชนของคุณจึงควรทำสักครั้ง ผู้ให้บริการแต่ละรายมีช่องทางของตัวเองให้ตรวจสอบและขอยกเลิกเบอร์ที่คุณไม่ได้เป็นคนเปิด และเนื่องจากข้อมูลไม่ได้รวมอยู่ที่เดียว จึงต้องตรวจทีละค่าย
ทำไมต้องมีหน้าที่ค้นเจอได้ชี้มาที่หน่วยงานนี้
คนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องบิลมือถือไม่ได้ค้นหาด้วยคำว่า “องค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม” เขาพิมพ์ว่า “โดนหักเงินค่าบริการที่ไม่ได้สมัคร” หรือ “ยกเลิกบริการเสริมไม่ได้” แล้วสิ่งที่ขึ้นมาก่อนมักเป็นกระทู้เก่าที่ตอบกันไปคนละทาง ระยะห่างระหว่างคำที่คนใช้จริงกับชื่อของหน่วยงานที่มีอำนาจแก้ปัญหา คือเหตุผลตั้งต้นของหน้านี้ และในการตรวจสอบเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เรายังพบอีกเหตุผลหนึ่ง คือเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ยอมให้อ่านไฟล์ robots.txt ได้ตามปกติ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ตรวจสอบจากภายนอกได้จริงเพราะเป็นไฟล์สาธารณะที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน แต่ตอบหน้าเว็บจริงด้วยหน้าท้าทายของ Cloudflare ที่ต้องประมวลผลจาวาสคริปต์ก่อนจึงจะผ่านได้ เบราว์เซอร์ทั่วไปผ่านด่านนี้ได้ และ Cloudflare มักยกเว้นให้บอตของเครื่องมือค้นหาที่ยืนยันตัวตนแล้ว Google จึงมีแนวโน้มสูงว่าเข้าถึงเว็บไซต์นี้ได้ตามปกติ การที่เครื่องซึ่งเราใช้ตรวจสอบถูกปฏิเสธ แม้ในครั้งที่ส่งชื่อ Googlebot ไปด้วย ก็ไม่ใช่หลักฐานว่า Googlebot ตัวจริงถูกปิดกั้น เพราะ Googlebot ตัวจริงเก็บข้อมูลจากช่วงหมายเลขไอพีของ Google เอง และยืนยันตัวตนด้วยการตรวจสอบ reverse DNS สิ่งที่ถูกกันออกไปแน่ ๆ คือเครื่องมือที่ไม่ประมวลผลจาวาสคริปต์ ทั้งบริการเก็บถาวรเว็บ เครื่องมือตรวจสอบภายนอก และผู้ช่วย AI หน้านี้จึงเป็นป้ายบอกทางที่ค้นเจอได้ อธิบายด้วยภาษาที่คนใช้จริงว่าหน่วยงานรับเรื่องอะไรและต้องเตรียมอะไรไว้ก่อน แล้วส่งผู้อ่านไปยังเว็บไซต์ทางการโดยตรง ThaiGov.co เป็นไดเรกทอรีอิสระ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ กสทช. ไม่รับเรื่องร้องเรียนแทนหน่วยงานใด และไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อ่าน
ขั้นตอนการใช้งาน
-
แจ้งผู้ให้บริการก่อนเสมอ และขอเลขรับเรื่อง
ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ แอปพลิเคชัน หรือศูนย์บริการของค่ายที่คุณใช้ อธิบายปัญหาให้จบในครั้งเดียว แล้วขอเลขรับเรื่องหรือเลขอ้างอิงไว้ทุกครั้ง พร้อมจดวันเวลาที่แจ้ง เลขนี้คือหลักฐานว่าคุณเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการแก้ไขแล้ว
-
รวบรวมหลักฐานก่อนที่ข้อมูลจะหาย
เก็บใบแจ้งค่าบริการย้อนหลัง ภาพหน้าจอข้อความและแพ็กเกจที่สมัคร ผลทดสอบความเร็วพร้อมวันเวลา และข้อความทุกฉบับที่ผู้ให้บริการส่งมา ระบบของค่ายมักเก็บประวัติย้อนหลังได้จำกัด การบันทึกไว้เองตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ
-
เขียนให้ชัดว่าคุณต้องการผลลัพธ์อะไร
เรื่องร้องเรียนที่เดินหน้าได้เร็วคือเรื่องที่ระบุชัดว่าต้องการอะไร เช่น ขอคืนเงินส่วนที่ถูกคิดโดยไม่ได้ยินยอม ขอให้ยกเลิกบริการและหยุดเรียกเก็บ หรือขอให้แก้ไขยอดในบิลให้ถูกต้อง แทนการเล่าเหตุการณ์อย่างเดียวโดยไม่บอกข้อเรียกร้อง
-
ยื่นเรื่องต่อ กสทช. ผ่านช่องทางบนเว็บไซต์ทางการ
เมื่อผู้ให้บริการไม่แก้ไข ตอบไม่ตรงประเด็น หรือเวลาผ่านไปแล้วยังเงียบ ให้ส่งเรื่องต่อพร้อมแนบเลขรับเรื่องเดิมและหลักฐานทั้งหมด ช่องทางรับเรื่องและแบบฟอร์มที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้ดูจากเว็บไซต์ทางการเป็นหลัก
-
เก็บเลขรับเรื่องชุดที่สองไว้ และติดตามเป็นระยะ
เมื่อยื่นเรื่องแล้วคุณจะได้เลขรับเรื่องของหน่วยงานอีกชุดหนึ่ง เก็บไว้คู่กับเลขของผู้ให้บริการ แล้วอ้างเลขนี้ทุกครั้งที่ติดตาม เพื่อไม่ต้องเล่าเรื่องใหม่ตั้งแต่ต้นในทุกครั้งที่ติดต่อ
ไปยังเว็บไซต์ทางการ
คุณกำลังจะออกจาก ThaiGov.co ไปยังเว็บไซต์ทางการของหน่วยงาน — www.nbtc.go.th
คำถามที่พบบ่อย
ต้องร้องเรียนกับผู้ให้บริการก่อนไหม หรือส่งเรื่องถึง กสทช. ได้เลย
ในทางปฏิบัติควรแจ้งผู้ให้บริการก่อนเสมอ เพราะหน่วยงานกำกับดูแลตั้งต้นจากการที่ผู้ให้บริการได้มีโอกาสแก้ไขปัญหาแล้ว เมื่อแจ้งให้ขอเลขรับเรื่องไว้ทุกครั้ง เพราะเป็นหลักฐานว่าคุณทำตามลำดับ หากผู้ให้บริการไม่แก้ไข ตอบไม่ตรงเรื่อง หรือปล่อยเงียบ จึงส่งเรื่องพร้อมเลขรับเรื่องนั้นต่อไป
เรื่องแบบไหนที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ กสทช.
หน่วยงานนี้กำกับดูแลผู้รับใบอนุญาตด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียง เรื่องที่เกี่ยวกับค่ายมือถือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และสถานีวิทยุโทรทัศน์จึงอยู่ในขอบเขต ส่วนข้อพิพาทกับร้านค้าออนไลน์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างประเทศ หรือการถูกหลอกโอนเงิน เป็นคนละเรื่องและมีหน่วยงานรับผิดชอบต่างหาก เส้นแบ่งที่ใช้ได้ในกรณีส่วนใหญ่คือ คู่กรณีของคุณเป็นผู้ถือใบอนุญาตหรือไม่
ถูกหักเงินค่าบริการเสริมที่ไม่เคยสมัคร ต้องทำอย่างไร
เริ่มจากบันทึกหลักฐานก่อนข้อมูลจะหาย ทั้งรายการหักเงินในบิลหรือประวัติเติมเงิน วันที่เริ่มถูกคิดเงิน และข้อความที่ระบบส่งมาเกี่ยวกับบริการนั้น จากนั้นแจ้งผู้ให้บริการเพื่อขอยกเลิกและขอคืนเงินส่วนที่ถูกคิดโดยไม่ได้ยินยอม พร้อมขอเลขรับเรื่อง หากบอกว่ายกเลิกให้แล้วแต่รอบบิลถัดไปยังถูกคิดอีก ให้เก็บบิลรอบใหม่เป็นหลักฐานเพิ่มแล้วส่งเรื่องต่อ
ย้ายค่ายเบอร์เดิมไม่สำเร็จหลายครั้ง เกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่พบบ่อยคือข้อมูลผู้จดทะเบียนไม่ตรงกับที่ให้ไว้ตอนยื่นย้าย ยังมีค่าบริการค้างชำระ หรือเลขหมายยังติดเงื่อนไขสัญญากับค่ายเดิม ให้ขอเหตุผลที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นข้อความ แล้วแก้ที่ต้นเหตุนั้นก่อน หากถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ โดยไม่ได้รับคำอธิบาย หรือคำอธิบายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เรื่องนี้ร้องเรียนได้ และควรแนบข้อความแจ้งผลการย้ายทุกฉบับที่ได้รับ
จะรู้ได้อย่างไรว่ามีซิมกี่เบอร์ที่ลงทะเบียนในชื่อเรา
ผู้ให้บริการแต่ละรายมีช่องทางให้ตรวจสอบเลขหมายที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของคุณ ทั้งในแอปของค่ายนั้นและที่ศูนย์บริการ ควรตรวจทีละค่ายเพราะข้อมูลไม่ได้รวมอยู่ที่เดียว หากพบเบอร์ที่คุณไม่ได้เป็นคนเปิด ให้แจ้งค่ายนั้นขอยกเลิกและขอให้บันทึกเรื่องไว้ทันที เพราะซิมที่อยู่ในชื่อคุณแต่คนอื่นถือใช้ อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยที่คุณไม่รู้ตัว
มีสายโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กสทช. บอกว่าเบอร์เราจะถูกระงับ เรื่องจริงไหม
ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน รูปแบบที่มิจฉาชีพใช้บ่อยคืออ้างว่าเลขหมายของคุณเกี่ยวข้องกับคดี แล้วโอนสายไปยังคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่อีกคนเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือให้โอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบ” หน่วยงานรัฐไม่ขอรหัส OTP ไม่ขอให้โอนเงินไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และไม่เร่งให้ตัดสินใจในไม่กี่นาที วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือวางสาย แล้วติดต่อกลับเองผ่านช่องทางบนเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
ส่งเรื่องแล้วจะรู้ผลเมื่อไหร่
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทของเรื่องและความครบถ้วนของหลักฐาน จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี ให้ดูกรอบระยะเวลาและขั้นตอนที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์ทางการเป็นหลัก สิ่งที่ช่วยได้จริงคือเก็บเลขรับเรื่องทั้งของผู้ให้บริการและของหน่วยงานไว้ แล้วติดตามเป็นระยะโดยอ้างเลขนั้นทุกครั้ง