กระทรวงสาธารณสุข — ตรวจสอบสถานพยาบาลและข้อมูลสุขภาพจากแหล่งทางการ
คู่มือสั้น ๆ ว่ากระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบเรื่องใด ตรวจสอบสถานพยาบาลอย่างไร และจะเช็กข่าวสุขภาพที่ถูกส่งต่อกันมาได้จากที่ไหน
www.moph.go.th
สิ่งที่ทำได้
-
เจ้าของนโยบายและเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐ
กำหนดนโยบายสุขภาพของประเทศ และดูแลโรงพยาบาลรัฐตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปถึงระดับตำบล
-
รายงานสถานการณ์โรคจากต้นทาง
ประกาศสถานการณ์โรคติดต่อและคำแนะนำการป้องกันจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่ใช่ข่าวที่ถูกเล่าต่อ
-
มาตรฐานและการอนุญาตสถานพยาบาล
กำหนดเกณฑ์ที่คลินิกและโรงพยาบาลต้องผ่าน และเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้สถานพยาบาลเอกชน
-
จุดตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ยา อาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม และเครื่องมือแพทย์ อยู่ในการกำกับของ อย. ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวง
-
คำเตือนสุขภาพตามฤดูกาล
คำแนะนำที่ออกตามช่วงเวลาของปี เช่น ไข้เลือดออกช่วงฝน โรคทางเดินหายใจช่วงฝุ่น และอาหารเป็นพิษหน้าร้อน
-
มีหน่วยงานในพื้นที่ทุกจังหวัด
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นด่านหน้าในพื้นที่ ทั้งเรื่องใบอนุญาต การร้องเรียน และการควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุขคือหน่วยงานอะไร
กระทรวงสาธารณสุข หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า สธ. คือกระทรวงที่รับผิดชอบระบบสุขภาพของประเทศในภาพรวม หน้าที่หลักคือกำหนดนโยบายและมาตรฐานทางการแพทย์และการสาธารณสุข ควบคุมและป้องกันโรค กำกับคุณภาพของสถานพยาบาล และบริหารเครือข่ายโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในระดับจังหวัด ลงไปถึงโรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่อยู่ใกล้บ้านคนมากที่สุด สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนคือ กระทรวงไม่ใช่หน่วยงานที่ประชาชนติดต่อโดยตรงบ่อยนัก เวลาเจ็บป่วยเราไปโรงพยาบาล เวลาติดขัดเรื่องสิทธิบัตรทองเราติดต่อ สปสช. เวลาเป็นลูกจ้างในระบบเราติดต่อสำนักงานประกันสังคม กระทรวงจึงทำงานอยู่ชั้นบนของระบบมากกว่าอยู่ที่เคาน์เตอร์บริการ แต่กลับเป็นแหล่งอ้างอิงที่สำคัญที่สุดเมื่อคำถามเปลี่ยนจาก “ไปรักษาที่ไหน” เป็น “ข้อมูลนี้เชื่อได้หรือไม่”
เรื่องไหนต้องไปหาใคร
ระบบสุขภาพไทยแยกหน้าที่กันค่อนข้างชัด แต่ชื่อหน่วยงานคล้ายกันจนคนสับสนเป็นประจำ และการไปผิดที่มักจบด้วยการถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ ตารางนี้สรุปว่าเรื่องที่พบบ่อยแต่ละเรื่องอยู่ในความรับผิดชอบของใคร
| เรื่องที่ต้องการ | หน่วยงานที่รับผิดชอบ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| สิทธิบัตรทอง ลงทะเบียน ย้ายหน่วยบริการ | สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) | เป็นหน่วยงานแยกจากกระทรวง ทำหน้าที่บริหารสิทธิและกองทุน |
| สิทธิรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน | สำนักงานประกันสังคม | อยู่ในสังกัดกระทรวงแรงงาน ไม่ใช่กระทรวงสาธารณสุข |
| ยา อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ | สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) | เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข |
| ใบอนุญาตคลินิกและโรงพยาบาลเอกชน | กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด | กรุงเทพมหานครอยู่กับกรม ส่วนจังหวัดอื่นอยู่กับ สสจ. |
| ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้ให้บริการ | สภาวิชาชีพของแต่ละสาขา เช่น แพทยสภา | คนละเรื่องกับใบอนุญาตของตัวสถานพยาบาล |
| สถานการณ์โรคติดต่อและคำแนะนำการป้องกัน | กรมควบคุมโรค | เผยแพร่รายงานสถานการณ์และประกาศเตือนเป็นระยะ |
ข้อมูลที่เผยแพร่จากส่วนกลาง
ข้อมูลชุดที่กระทรวงและกรมในสังกัดเผยแพร่ออกมา มักเป็นข้อมูลที่คนทั่วไปไม่ได้เข้าไปอ่านทุกวัน แต่กลายเป็นสิ่งที่ต้องหาให้เจอทันทีเมื่อมีข่าวลือแพร่ในกลุ่มไลน์ หรือเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสุขภาพของคนในครอบครัว โดยหลักแล้วครอบคลุมสี่กลุ่มต่อไปนี้
- รายงานสถานการณ์โรคติดต่อและโรคระบาด พร้อมคำแนะนำสำหรับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์
- คำเตือนสุขภาพตามฤดูกาล เช่น ไข้เลือดออกในฤดูฝน โรคทางเดินหายใจในช่วงอากาศเย็นและฝุ่นละออง หรือโรคอาหารเป็นพิษในหน้าร้อน
- มาตรฐานและหลักเกณฑ์ของสถานพยาบาล รวมถึงแนวทางที่หน่วยบริการต้องใช้เป็นกรอบการทำงาน
- ประกาศและกฎหมายลำดับรองด้านสาธารณสุข ซึ่งมีผลกับทั้งสถานประกอบการและประชาชนทั่วไป
ตรวจสอบสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษา
ป้ายหน้าร้าน ภาพในโฆษณา หรือคำว่า “มาตรฐานสากล” บนเว็บไซต์ของคลินิก ไม่ใช่หลักฐานว่าสถานพยาบาลนั้นได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง สถานพยาบาลเอกชนต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และต้องแสดงใบอนุญาตให้ผู้รับบริการเห็นได้ ณ สถานที่ให้บริการ ขณะเดียวกันผู้ที่ลงมือรักษาก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตรงกับงานที่ทำ ซึ่งเป็นคนละใบกับใบอนุญาตของสถานพยาบาล วิธีตรวจสอบที่ใช้ได้จริงคือถามไปที่หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต ไม่ใช่ถามจากสถานพยาบาลเอง สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ออกใบอนุญาตคือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่วนจังหวัดอื่นคือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยงานเดียวกันนี้ยังเป็นที่รับเรื่องร้องเรียนเมื่อบริการไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น สำหรับใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพ ให้ตรวจสอบกับสภาวิชาชีพของสาขานั้นโดยตรง
ข่าวสุขภาพปลอมกับการหาแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้
ข้อมูลสุขภาพที่ไม่ผ่านการตรวจสอบแพร่กระจายได้เร็วเป็นพิเศษในไทย ทั้งในกลุ่มไลน์ของครอบครัว โพสต์ที่ถูกแชร์ต่อบนเฟซบุ๊ก และคลิปสั้นที่อ้างสรรพคุณเกินจริง รูปแบบที่พบซ้ำ ๆ มีอยู่ไม่กี่แบบ ได้แก่ การอ้างว่าสมุนไพรหรืออาหารเสริมชนิดหนึ่งรักษาโรคร้ายให้หายขาด การเตือนว่ามีโรคระบาดใหม่โดยไม่ระบุที่มา และการหยิบชื่อแพทย์ โรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่มีอยู่จริงมาประกอบเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้ดูน่าเชื่อ จุดตั้งต้นของการตรวจสอบคือหน่วยงานทางการ กระทรวงสาธารณสุขและกรมในสังกัดเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โรคและคำแนะนำอย่างเป็นทางการ ส่วน อย. เป็นผู้กำกับดูแลว่าผลิตภัณฑ์ใดได้รับอนุญาตจริง และกล่าวอ้างอะไรได้บ้าง ข้อควรจำที่ใช้ได้เสมอคือ การมีเลขทะเบียนกับ อย. หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการกำกับดูแลตามประเภทของมัน ไม่ได้แปลว่ารัฐรับรองว่ารักษาโรคได้
- สืบย้อนหาต้นทางเสมอ หากตามกลับไปไม่เจอหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบที่ระบุชื่อได้ ให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน
- ระวังข้อความที่เร่งให้แชร์ต่อทันที หรืออ้างว่ามีข้อมูลที่ “แพทย์ไม่อยากให้คุณรู้”
- ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ารักษาได้สารพัดโรคในตัวเดียว เป็นสัญญาณอันตราย ไม่ใช่จุดขาย
- ภาพจับหน้าจอข่าวและเอกสารราชการปลอมแปลงได้ง่ายมาก ให้ยึดต้นฉบับจากเว็บไซต์ของหน่วยงานเป็นหลัก
- เมื่อไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งส่งต่อ การหยุดข้อความหนึ่งข้อความไว้ก่อนมีต้นทุนต่ำกว่าการช่วยกระจายข้อมูลผิด
ทำไมหน้านี้ถึงมีอยู่
เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าตรวจสอบของ Cloudflare คั่นอยู่ด้านหน้า ผู้เข้าชมต้องให้เบราว์เซอร์ประมวลผลจาวาสคริปต์ก่อนจึงจะผ่านเข้าไปได้ เบราว์เซอร์ทั่วไปผ่านได้ในไม่กี่วินาที และ Cloudflare มักยกเว้นให้บอตของเครื่องมือค้นหาที่ยืนยันตัวตนแล้ว Google จึงน่าจะเข้าถึงเว็บไซต์ได้ตามปกติ แม้เราจะยืนยันจากภายนอกไม่ได้ เพราะบอตของ Google ตัวจริงเข้ามาจากช่วงหมายเลขไอพีของ Google เอง และพิสูจน์ตัวตนด้วยการตรวจสอบ DNS ย้อนกลับ ซึ่งการทดสอบจากภายนอกเลียนแบบไม่ได้ ส่วนไฟล์ robots.txt นั้นเปิดให้ทุกคนเรียกดูได้ และกฎในไฟล์สาธารณะนี้เท่านั้นที่ถือเป็นคำตอบที่เชื่อถือได้ว่าบอตใดเข้าถึงอะไรได้บ้าง สิ่งที่ผ่านเข้าไปไม่ได้แน่ ๆ คือเครื่องมือที่อ่านหน้าเว็บโดยไม่ประมวลผลจาวาสคริปต์ ทั้งบริการเก็บถาวรเว็บ เครื่องมือตรวจสอบจากภายนอก และผู้ช่วย AI ข้อสุดท้ายกระทบเรื่องสุขภาพมากที่สุด เพราะเมื่อมีคนถามผู้ช่วย AI ว่าข่าวสุขภาพที่ถูกส่งต่อมาจริงหรือไม่ ผู้ช่วยนั้นเปิดเว็บไซต์ของกระทรวงเพื่อตรวจสอบไม่ได้ ขณะเดียวกันคำที่คนไทยพิมพ์ค้นหาก็มักเป็นคำถามปลายเปิด เช่น “คลินิกนี้มีใบอนุญาตไหม” หรือ “ข่าวที่แม่ส่งมาจริงหรือเปล่า” มากกว่าจะเป็นชื่อกระทรวงหรือชื่อกรม หน้านี้จึงทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในภาษาที่คนใช้จริง ระบุว่าเรื่องไหนอยู่กับหน่วยงานใด แล้วส่งต่อไปยังเว็บไซต์ทางการโดยตรง ในเรื่องสุขภาพ การรู้ว่าควรฟังใครสำคัญไม่แพ้ตัวข้อมูลเอง เพราะความเข้าใจผิดครั้งเดียวอาจหมายถึงการรักษาที่ล่าช้าหรือเงินที่เสียไปกับสิ่งที่ไม่ได้ผล ThaiGov.co เป็นไดเรกทอรีอิสระ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานใดของรัฐ เราไม่รับคำร้อง ไม่รับเรื่องร้องเรียน และไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลแทนหน่วยงานใดทั้งสิ้น
ขั้นตอนการใช้งาน
-
แยกก่อนว่าเรื่องของคุณเป็นเรื่องอะไร
เรื่องสิทธิการรักษาให้ไปที่กองทุนที่ถือสิทธิของคุณ เรื่องยาหรืออาหารเสริมไปที่ อย. เรื่องใบอนุญาตสถานพยาบาลไปที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ส่วนเรื่องสถานการณ์โรคไปที่กรมควบคุมโรค แยกให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดเวลาได้มาก
-
ใช้เว็บไซต์กระทรวงเป็นสารบัญของหน่วยงาน
เว็บไซต์ส่วนกลางเชื่อมไปยังกรมและหน่วยงานในสังกัด ใช้เป็นจุดตั้งต้นเพื่อเข้าเว็บไซต์ของกรมที่ดูแลเรื่องนั้นโดยตรง ดีกว่าค้นชื่อหน่วยงานลอย ๆ แล้วเสี่ยงเจอเว็บไซต์เลียนแบบ
-
ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนใช้บริการสถานพยาบาลเอกชน
ขอดูใบอนุญาตที่สถานพยาบาลต้องแสดงไว้ในที่เปิดเผย ดูว่าชื่อผู้ดำเนินการตรงกับผู้ให้บริการจริงหรือไม่ และสอบถามหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตหากยังสงสัย อย่าใช้รีวิวหรือคำโฆษณาแทนหลักฐาน
-
ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพกับ อย. ก่อนซื้อ
ยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ต้องขึ้นทะเบียนหรือได้รับอนุญาตตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ให้ตรวจสอบจากช่องทางของ อย. โดยตรง และจำไว้ว่าการมีเลขทะเบียนไม่เท่ากับการรับรองว่ารักษาโรคได้
-
เทียบข่าวสุขภาพกับประกาศทางการก่อนส่งต่อ
เมื่อได้รับข้อความเตือนเรื่องโรคระบาดหรือคำแนะนำการรักษา ให้ลองหาประกาศต้นทางจากเว็บไซต์ของกระทรวงหรือกรมที่ถูกอ้างถึง ถ้าหาไม่พบ ให้ชะลอการส่งต่อไว้ก่อน
ไปยังเว็บไซต์ทางการ
คุณกำลังจะออกจาก ThaiGov.co ไปยังเว็บไซต์ทางการของหน่วยงาน — www.moph.go.th
ช่องทางทางการอื่น
คำถามที่พบบ่อย
กระทรวงสาธารณสุขต่างจาก สปสช. อย่างไร
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดนโยบายและมาตรฐาน และเป็นผู้ดูแลโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. เป็นหน่วยงานแยกต่างหากที่บริหารสิทธิบัตรทองและจ่ายเงินให้หน่วยบริการ พูดง่าย ๆ คือกระทรวงดูแลฝั่งผู้ให้บริการ ส่วน สปสช. ดูแลฝั่งสิทธิของประชาชน เรื่องสิทธิ การลงทะเบียน หรือการย้ายหน่วยบริการ จึงต้องติดต่อ สปสช.
จะรู้ได้อย่างไรว่าคลินิกที่จะไปมีใบอนุญาตถูกต้อง
สถานพยาบาลเอกชนต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่ที่ผู้รับบริการมองเห็นได้ หากไม่เห็นให้ถามได้โดยตรง ผู้ออกใบอนุญาตในกรุงเทพมหานครคือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่วนต่างจังหวัดคือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งเป็นที่ที่คุณสอบถามหรือร้องเรียนได้ อย่ายึดคำโฆษณาของสถานพยาบาลเองเป็นข้อยืนยัน
เห็นข่าวสุขภาพในไลน์หรือเฟซบุ๊ก จะเช็กอย่างไรว่าจริง
ให้สืบย้อนไปหาต้นทางเสมอ ถ้าข้อความอ้างชื่อกระทรวงหรือกรมใด ให้ไปหาประกาศฉบับนั้นบนเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นเอง ไม่ใช่เชื่อจากภาพจับหน้าจอที่ถูกส่งต่อกันมา เพราะภาพและเอกสารปลอมแปลงได้ง่าย ข้อความที่เร่งให้รีบแชร์ ไม่ระบุแหล่งที่มา หรืออ้างว่ามีข้อมูลที่ “แพทย์ไม่อยากให้รู้” มักเป็นข่าวลวง หากหาต้นฉบับไม่พบ ให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน
อาหารเสริมที่โฆษณาว่า “อย. รับรองว่ารักษาโรคได้” เชื่อได้ไหม
ไม่ควรเชื่อ การมีเลขทะเบียนหรือเลขสารบบอาหารหมายความว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการกำกับดูแลตามประเภทของมัน ไม่ได้แปลว่าหน่วยงานรัฐรับรองสรรพคุณในการรักษาโรค การโฆษณาอาหารหรืออาหารเสริมโดยอ้างสรรพคุณทางการแพทย์เป็นสิ่งที่กฎหมายควบคุม หากพบโฆษณาลักษณะนี้ ให้ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์กับ อย. โดยตรง และสามารถแจ้งเรื่องไปยัง อย. ได้
เปิดเว็บไซต์กระทรวงแล้วขึ้นข้อผิดพลาดหรือโหลดไม่ขึ้น ทำอย่างไร
ส่วนใหญ่เป็นหน้าตรวจสอบความปลอดภัยที่คั่นอยู่ก่อนเข้าเว็บไซต์ ซึ่งต้องให้เบราว์เซอร์ประมวลผลจาวาสคริปต์สักครู่ก่อนจึงจะผ่านไปยังหน้าจริง หากค้างอยู่ตรงนั้น ให้ตรวจว่าเปิดใช้งานจาวาสคริปต์อยู่ ปิดส่วนขยายที่บล็อกสคริปต์ แล้วโหลดใหม่ ผู้ที่เข้าผ่าน VPN เครือข่ายองค์กร หรือเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ มักเจอการตรวจสอบเข้มกว่าปกติ ให้ลองใหม่ด้วยอินเทอร์เน็ตบ้านหรือเน็ตมือถือในประเทศ หากยังไม่ได้ ให้เข้าเว็บไซต์ของกรมที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะแต่ละกรมใช้คนละเซิร์ฟเวอร์
ใช้สิทธิรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ ต้องติดต่อกระทรวงก่อนไหม
ไม่ต้อง การเข้ารับบริการทำที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการโดยตรง โดยใช้บัตรประชาชนและสิทธิที่คุณมีอยู่ กระทรวงไม่ได้ทำหน้าที่รับคำร้องของผู้ป่วยรายบุคคล หากติดปัญหาเรื่องการใช้สิทธิ ให้ติดต่อกองทุนที่ถือสิทธิของคุณ ส่วนเรื่องคุณภาพบริการหรือพฤติกรรมของสถานพยาบาล ให้ร้องเรียนผ่านหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานพยาบาลนั้น
อยากร้องเรียนสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ทำผิด ต้องไปที่ไหน
เริ่มจากหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตให้สถานพยาบาลนั้น คือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในกรุงเทพมหานคร และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดอื่น หากเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพโดยตรง สภาวิชาชีพของสาขานั้นเป็นผู้พิจารณา เช่น แพทยสภาสำหรับแพทย์ เตรียมชื่อสถานพยาบาล วันเวลาที่เกิดเหตุ เอกสารค่าใช้จ่ายและหลักฐานอื่นไว้ให้พร้อมก่อนยื่นเรื่อง