ThaiWater — ข้อมูลน้ำ ฝน และการเตือนภัยน้ำท่วม
คลังข้อมูลน้ำของประเทศที่รวมข้อมูลฝน ระดับน้ำ และปริมาณน้ำในเขื่อนจากหลายหน่วยงานไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนดูสถานการณ์น้ำของพื้นที่ตัวเองได้
www.thaiwater.net
สิ่งที่ทำได้
-
ปริมาณฝนจากสถานีตรวจวัดทั่วประเทศ
ดูฝนสะสมรายชั่วโมงและรายวันจากสถานีโทรมาตรที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาค เห็นได้ทันทีว่าฝนกำลังตกหนักอยู่ตรงไหน
-
ระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลอง
ติดตามระดับน้ำที่สถานีวัดตามลำน้ำสายหลัก พร้อมกราฟย้อนหลังที่ทำให้เห็นว่าน้ำกำลังขึ้นหรือกำลังลด
-
ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ
ดูปริมาตรน้ำที่กักเก็บไว้และสัดส่วนเทียบกับความจุ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ประเมินได้ทั้งความเสี่ยงน้ำท่วมและความเสี่ยงขาดน้ำ
-
แผนที่และภาพเรดาร์ตรวจอากาศ
ภาพเรดาร์รวมและแผนที่เชิงพื้นที่ช่วยให้เห็นกลุ่มฝนที่กำลังเคลื่อนเข้ามา ก่อนที่น้ำจะไหลลงมาถึงลำน้ำในพื้นที่
-
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง
สรุปสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศและพื้นที่เฝ้าระวัง ช่วยให้เห็นบริบทมากกว่าการดูตัวเลขจากสถานีเดียว
-
ข้อมูลย้อนหลังสำหรับเทียบสถานการณ์
เรียกดูข้อมูลย้อนหลังเพื่อเทียบว่าปีนี้ฝนมากหรือน้อยกว่าปีก่อน และน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างไร
ThaiWater คืออะไร
ThaiWater คือเว็บไซต์เปิดสาธารณะของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลน้ำของประเทศ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับน้ำจากหลายหน่วยงานมาไว้ในที่เดียว แล้วแสดงเป็นแผนที่ กราฟ และตารางที่ประชาชนเปิดดูได้เอง โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือทำเรื่องขอข้อมูล
คุณค่าของแพลตฟอร์มอยู่ที่การรวมข้อมูลข้ามหน่วยงาน ฝน ระดับน้ำ ปริมาณน้ำในเขื่อน และภาพเรดาร์ ล้วนวัดและดูแลโดยคนละหน่วยงาน เดิมคนที่อยากเห็นภาพรวมต้องไล่เปิดเว็บไซต์ทีละแห่ง ThaiWater นำมาวางไว้บนแผนที่เดียวกัน จึงเห็นความสัมพันธ์ระหว่างฝนที่ตก น้ำที่ไหล และน้ำที่กักเก็บไว้
ข้อมูลที่ดูได้บนแพลตฟอร์ม
- ปริมาณฝนจากสถานีโทรมาตรทั่วประเทศ ทั้งค่าสะสมรายชั่วโมงและรายวัน
- ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองที่สถานีวัดตามลำน้ำสายหลัก พร้อมกราฟแนวโน้ม
- ปริมาตรน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ พร้อมสัดส่วนเทียบกับความจุแต่ละแห่ง
- ภาพเรดาร์ตรวจอากาศแบบรวม ที่ช่วยให้เห็นว่ากลุ่มฝนกำลังเคลื่อนไปทางใด
- รายงานสรุปสถานการณ์น้ำ ทั้งช่วงน้ำหลากและช่วงที่หลายพื้นที่เผชิญภัยแล้ง
ใครใช้ข้อมูลชุดนี้บ้าง
กลุ่มใหญ่ที่สุดคือคนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำ โดยเฉพาะบ้านริมแม่น้ำและชุมชนในที่ลุ่ม ซึ่งรู้ล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็พอให้ยกของขึ้นที่สูงและย้ายรถได้ทัน ถัดมาคือเกษตรกรที่วางแผนเพาะปลูกโดยอิงกับน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเตรียมกำลังและแจ้งเตือนชาวบ้าน อีกกลุ่มคือคนที่มีครอบครัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การเปิดดูสถานีใกล้บ้านญาติเองมักได้คำตอบเร็วกว่ารอข่าวที่ส่งต่อกันมา
ThaiWater กับกรมอุตุนิยมวิทยา ใช้ต่างกันอย่างไร
ความสับสนที่พบบ่อยคือการเข้าใจว่าสองหน่วยงานนี้ทำงานอย่างเดียวกัน ความจริงคือคนละบทบาทและใช้เสริมกัน การเลือกแหล่งข้อมูลให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยประหยัดเวลาในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเร็ว
| แหล่งข้อมูล | ให้ข้อมูลอะไร | เปิดดูเมื่อ |
|---|---|---|
| สสน. — ThaiWater | ค่าที่ตรวจวัดจริง: ฝนสะสม ระดับน้ำ ปริมาณน้ำในเขื่อน และรายงานสถานการณ์ | อยากรู้ว่าตอนนี้น้ำอยู่ระดับไหน และกำลังขึ้นหรือลง |
| กรมอุตุนิยมวิทยา | พยากรณ์อากาศ ประกาศเตือนพายุและฝนตกหนัก | อยากรู้ว่าฝนจะตกอีกไหม และพายุจะเข้าเมื่อใด |
| กรมชลประทาน | การบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ | อยากรู้ว่าจะมีการระบายน้ำเพิ่มลงลำน้ำของคุณหรือไม่ |
| หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานท้องถิ่น | ประกาศแจ้งเตือน การแจ้งอพยพ และการช่วยเหลือในพื้นที่ | ถึงเวลาต้องตัดสินใจขนย้ายสิ่งของหรืออพยพ |
ทำไมตัวเลขเขื่อนจึงสำคัญทั้งหน้าฝนและหน้าแล้ง
ประเทศไทยเจอปัญหาน้ำสองด้านสลับกันในรอบปีเดียว ฤดูฝนหลายพื้นที่ต้องรับมือน้ำหลากและน้ำท่วมขัง ส่วนฤดูแล้งพื้นที่เกษตรต้องลุ้นว่าน้ำต้นทุนจะพอถึงฤดูเพาะปลูกหรือไม่ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจึงเป็นตัวชี้วัดที่อ่านได้ทั้งสองด้าน อ่างที่ใกล้เต็มเหลือที่รองรับน้ำฝนน้อยลง ส่วนอ่างที่น้ำต่ำกว่าค่าปกติของช่วงเวลานั้นคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการขาดแคลนน้ำ
ทำไมหน้านี้จึงต้องมีอยู่
ตอนที่คนต้องการข้อมูลน้ำมากที่สุด คือตอนที่ฝนกำลังตกหนักและข่าวลือแพร่เร็ว ไม่มีใครนึกออกในนาทีนั้นว่าหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลน้ำของประเทศชื่ออะไร คนพิมพ์ค้นหาว่า “เช็คน้ำท่วม” หรือ “ระดับน้ำวันนี้” ไม่ได้พิมพ์ชื่อสถาบันหรือชื่อระบบ หน้านี้จึงเขียนด้วยคำที่คนใช้ค้นหาจริง อธิบายว่าข้อมูลแต่ละชุดหมายถึงอะไร แล้วส่งต่อไปยังเว็บไซต์ทางการโดยตรง
อีกเหตุผลคือกฎการเข้าถึงของบอตบนเว็บไซต์ของสถาบัน ซึ่งปิดกั้นบอตทุกตัวเป็นค่าเริ่มต้นและเปิดข้อยกเว้นให้เฉพาะ Googlebot กับ Bingbot ข้อมูลชุดนี้จึงยังค้นเจอผ่านสองเครื่องมือนั้น แต่ไปไม่ถึงเครื่องมือค้นหารายอื่นและผู้ช่วยตอบคำถามด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่คนไทยเริ่มใช้ประจำ การมีหน้าเปิดสาธารณะที่อธิบายบริการนี้และเปิดให้ทุกบอตอ่านได้ จึงเพิ่มเส้นทางให้คนเดินมาเจอข้อมูลที่ควรเข้าถึงได้ตั้งแต่แรก ทั้งนี้ ThaiGov.co เป็นไดเรกทอรีอิสระ ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด
ขั้นตอนการใช้งาน
-
เปิดเว็บไซต์แล้วเลือกพื้นที่ที่คุณสนใจ
เริ่มจากภาพรวมทั้งประเทศ แล้วค่อยย่อขอบเขตลงมาที่ภาค จังหวัด หรือลุ่มน้ำที่บ้านของคุณตั้งอยู่ ตัวเลขจะมีความหมายขึ้นมากเมื่อดูเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
-
ดูปริมาณฝนสะสมและภาพเรดาร์ก่อน
ฝนคือต้นทางของทุกอย่าง หากฝนสะสมในพื้นที่ต้นน้ำสูงผิดปกติติดต่อกันหลายวัน ให้เริ่มเฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำถัดไป แม้ฝนที่บ้านคุณจะยังไม่ตกก็ตาม
-
ตรวจระดับน้ำของสถานีที่อยู่เหนือพื้นที่ของคุณ
น้ำใช้เวลาเดินทาง สถานีวัดที่อยู่เหนือน้ำจึงเป็นสัญญาณล่วงหน้าที่ดีที่สุด และการดูว่ากราฟไต่ขึ้นเร็วแค่ไหนสำคัญกว่าการดูตัวเลข ณ วินาทีเดียว
-
ดูปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่เกี่ยวข้อง
อ่างเก็บน้ำที่เกือบเต็มเหลือพื้นที่รับน้ำน้อยลง จึงมีโอกาสต้องระบายน้ำออกมากขึ้น ส่วนอ่างที่น้ำต่ำกว่าปกติของช่วงเวลานั้นเป็นสัญญาณของความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งถัดไป
-
อ่านรายงานสถานการณ์ประกอบกับพยากรณ์อากาศ
ThaiWater บอกว่าตอนนี้น้ำอยู่ตรงไหน ส่วนพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่าฝนจะตกอีกหรือไม่ ใช้สองอย่างคู่กันจึงจะเห็นภาพครบ
-
ยึดประกาศของหน่วยงานในพื้นที่เป็นคำสั่งสุดท้าย
ข้อมูลบนเว็บช่วยให้เตรียมตัวล่วงหน้าได้ แต่การตัดสินใจขนย้ายสิ่งของหรืออพยพ ให้ทำตามประกาศของจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่
ไปยังเว็บไซต์ทางการ
คุณกำลังจะออกจาก ThaiGov.co ไปยังเว็บไซต์ทางการของหน่วยงาน — www.thaiwater.net
ช่องทางทางการอื่น
คำถามที่พบบ่อย
ThaiWater ต่างจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างไร
กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานพยากรณ์อากาศ บอกว่าฝนจะตกที่ไหนและมีพายุเข้าหรือไม่ ส่วน ThaiWater แสดงค่าที่ตรวจวัดได้จริง ทั้งฝนที่ตกไปแล้ว ระดับน้ำในลำน้ำ และปริมาณน้ำในเขื่อน อยากรู้ว่าอากาศข้างหน้าจะเป็นอย่างไรให้ดูกรมอุตุฯ อยากรู้ว่าตอนนี้น้ำอยู่ระดับไหนให้ดู ThaiWater
ข้อมูลอัปเดตบ่อยแค่ไหน ถือว่าเรียลไทม์หรือไม่
สถานีโทรมาตรส่งข้อมูลเข้าระบบเป็นช่วงเวลาถี่ ๆ จึงใกล้เคียงเวลาจริงมากกว่ารายงานรายวัน แต่ยังมีความหน่วงจากการรับส่งและประมวลผลอยู่บ้าง ให้ดูเวลาที่ระบบกำกับไว้กับข้อมูลแต่ละชุดเสมอ อย่าถือว่าตัวเลขบนหน้าจอคือค่าที่วัดได้ในวินาทีนี้พอดี
ดูอย่างไรว่าบ้านของฉันเสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่
เว็บไซต์ไม่ได้ประเมินเป็นรายบ้าน สิ่งที่ทำได้คือดูสามอย่างประกอบกัน ได้แก่ ฝนสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ ระดับน้ำที่สถานีเหนือบ้านคุณและแนวโน้มว่าขึ้นเร็วแค่ไหน และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่อยู่เหนือขึ้นไป แล้วเทียบกับประสบการณ์น้ำท่วมของพื้นที่ในอดีต ควบคู่กับประกาศของหน่วยงานท้องถิ่น
ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความจุของเขื่อนหมายความว่าอย่างไร
โดยทั่วไปคือสัดส่วนของปริมาตรน้ำที่กักเก็บอยู่เทียบกับความจุของอ่างนั้น แต่น้ำที่กักเก็บไว้ไม่ได้นำมาใช้ได้ทั้งหมด เพราะมีน้ำก้นอ่างส่วนหนึ่งที่ระบายออกมาใช้ไม่ได้ ระบบจึงมักแสดงปริมาณน้ำใช้การได้แยกไว้อีกค่าหนึ่ง ให้ดูสองตัวเลขนี้ประกอบกันและดูคำนิยามที่เว็บไซต์กำกับไว้
เปิดเว็บแล้วแผนที่ไม่ขึ้น หรือบางสถานีไม่มีข้อมูล ต้องทำอย่างไร
ช่วงน้ำท่วมใหญ่จะมีคนเข้าเว็บพร้อมกันมาก หน้าเว็บจึงช้าหรือแผนที่โหลดไม่ครบ ให้ลองรีเฟรช เปลี่ยนเครือข่าย หรือรอสักครู่แล้วเข้าใหม่ ส่วนสถานีที่ไม่มีตัวเลข มักเกิดจากอุปกรณ์ตรวจวัดหรือสัญญาณขัดข้องชั่วคราว ให้ดูสถานีข้างเคียงบนลำน้ำเดียวกันแทน อย่าเพิ่งสรุปว่าน้ำลดเพราะกราฟหายไป
ภาพน้ำท่วมและข่าวเตือนภัยที่แชร์กันมา ตรวจสอบอย่างไรว่าจริง
ข่าวลือเรื่องเขื่อนแตกและภาพน้ำท่วมเก่าที่ถูกนำมาแชร์ซ้ำเกิดขึ้นแทบทุกฤดูฝน วิธีตรวจสอบที่ตรงที่สุดคือเปิดเว็บไซต์ทางการเอง แล้วดูว่าระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนของพื้นที่นั้นตรงกับที่กล่าวอ้างหรือไม่ พร้อมดูวันเวลาที่กำกับข้อมูลไว้ หากไม่ตรงหรือหาที่มาไม่ได้ ให้ยึดประกาศของหน่วยงานราชการในพื้นที่และอย่าส่งต่อ