อ่าน 8 นาที ตรวจสอบล่าสุด: 28 สิงหาคม 2569

วิธีตรวจสอบว่าบริษัทมีตัวตนจริง ก่อนโอนเงินหรือเซ็นสัญญา

ใช้เวลาไม่กี่นาทีก่อนโอนเงิน เพื่อไม่ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนตามหาเงินคืน — วิธีตรวจสอบนิติบุคคลไทยจากข้อมูลทะเบียนที่เปิดให้ทุกคนดูได้ฟรี


ทำไมต้องเช็กก่อนโอน

เรื่องที่จบไม่สวยส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากสัญญาซับซ้อน แต่เริ่มจากการโอนมัดจำให้บริษัทที่ไม่เคยเจอหน้ากัน เพราะราคาดี ตอบไว และคุยในแชทได้น่าเชื่อถือ ข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลของไทยเปิดให้ค้นดูฟรี และตอบได้ในไม่กี่นาทีว่าบริษัทนี้มีตัวตนตามกฎหมายไหม และยังเปิดดำเนินการอยู่หรือเปล่า

เลขทะเบียน 13 หลัก บอกอะไร

นิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทยทุกรายมีเลขทะเบียน 13 หลักประจำตัว ไม่ซ้ำกับรายอื่น และไม่เปลี่ยนแม้บริษัทจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนชื่อ โดยทั่วไปยังใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคลด้วย จึงแม่นกว่าการค้นด้วยชื่อ ซึ่งมีชื่อคล้ายกันอยู่เต็มไปหมด

ธุรกิจที่จดทะเบียนถูกต้องไม่มีเหตุผลต้องปิดบังเลขนี้ ปกติคุณจะเจอได้เองจาก

  • ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงิน
  • ส่วนที่ระบุคู่สัญญาในหนังสือสัญญา
  • ท้ายเว็บไซต์ มักอยู่คู่กับที่อยู่จดทะเบียน
  • หัวจดหมายและเอกสารที่ออกในนามนิติบุคคล

ใช้กับสถานการณ์ไหน

คู่มือนี้มีไว้สำหรับจังหวะที่คุณกำลังจะฝากอะไรบางอย่างไว้กับคนที่ยังไม่รู้จัก เช่น โอนมัดจำค่าสินค้า ว่าจ้างผู้รับเหมา รับข้อเสนองานจากบริษัทที่เพิ่งติดต่อมา หรือปล่อยสินค้าล็อตใหญ่ก่อนได้เงินครบ

สัญญาณอันตรายที่ควรหยุดแล้วถามก่อน

สัญญาณมักหมายความว่าควรทำอะไรต่อ
ไม่ยอมให้เลข 13 หลักไม่อยากให้ตรวจ หรือไม่ได้จดทะเบียนยังไม่โอนจนกว่าจะตรวจเสร็จ
ค้นไม่พบ หรือเลขไม่ตรงกับชื่อเลขผิด หรือไม่ใช่ชื่อจดทะเบียนขอชื่อจดทะเบียนเต็มแล้วค้นซ้ำ
สถานะเลิกกิจการหรือชำระบัญชีไม่ได้ทำธุรกิจตามปกติแล้วหยุดไว้ก่อน และหาให้ชัดว่าคู่สัญญาคือใคร
ที่อยู่เป็นห้องพักอาศัย แต่อ้างว่ามีโรงงานกิจการจริงอาจเล็กกว่าที่เล่ามากขอดูสถานที่ทำงานจริง
ทุนจดทะเบียนน้อยนิด เทียบกับสัญญาหลายล้านถ้าเสียหาย อาจไม่มีอะไรให้เรียกคืนแบ่งจ่ายตามงวดงาน
งบไม่มีรายได้ หรือไม่ปรากฏงบเลยบริษัทอาจไม่ได้ดำเนินงานจริงขอผลงานและหลักฐานการค้า
สัญญาณที่พบบ่อย และสิ่งที่ควรทำต่อ

ชื่อบัญชีธนาคารคือด่านสุดท้าย

ข้อมูลชุดนี้ฟรี ไม่ต้องจ่ายให้ใคร

ข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลและงบการเงินที่นำส่งไว้เป็นข้อมูลเปิด ค้นดูได้ฟรีจากระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เว็บไซต์เอกชนที่ขึ้นเป็นผลค้นหาอันดับต้น ๆ มักนำข้อมูลชุดเดียวกันไปจัดหน้าใหม่แล้วเก็บค่ารายงาน บางแห่งยังไม่ตรงกับทะเบียนปัจจุบัน

ขั้นตอนการใช้งาน

  1. ขอเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก

    เริ่มจากขอเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักของบริษัทที่คุณจะทำธุรกิจด้วย ธุรกิจที่จดทะเบียนถูกต้องมีเลขนี้อยู่บนใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และสัญญาอยู่แล้ว หลายแห่งใส่ไว้ท้ายเว็บไซต์ด้วย ถ้าอีกฝ่ายบ่ายเบี่ยง นั่นคือคำตอบ

  2. ค้นในทะเบียนทางการด้วยตัวเอง

    เปิดระบบค้นข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเอง โดยพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์หรือกดลิงก์ทางการจากหน้านี้ อย่าใช้ลิงก์หรือภาพหน้าจอที่คู่ค้าส่งมา เพราะทำเลียนแบบได้ไม่ยาก

  3. อ่านสถานะกิจการเป็นอันดับแรก

    สิ่งแรกที่ต้องอ่านคือสถานะของนิติบุคคล ว่ายังดำเนินกิจการอยู่ เลิกกิจการแล้ว หรืออยู่ระหว่างชำระบัญชี เพราะคนยังออกใบเสนอราคาในนามบริษัทที่เลิกไปแล้วได้ แต่คุณจะไม่มีคู่สัญญาให้ตามทวงจริง

  4. เทียบข้อมูลทะเบียนกับเรื่องที่เขาเล่า

    อ่านชื่อจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงาน วันจดทะเบียน และประเภทธุรกิจ แล้ววางเทียบกับสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า บริษัทที่อ้างว่ามีโรงงานและทีมนับร้อย แต่จดทะเบียนไว้ที่ห้องชุดพักอาศัย ไม่ได้แปลว่าโกง แต่แปลว่ามีคำถามที่ต้องถาม

  5. ดูว่าใครมีอำนาจลงนามจริง

    ตรวจรายชื่อกรรมการและเงื่อนไขการลงนาม แล้วเทียบกับคนที่จะเซ็นสัญญากับคุณ หลายบริษัทกำหนดให้กรรมการสองคนลงนามร่วมกันพร้อมประทับตรา ถ้าลงนามไม่ครบ อาจกลายเป็นข้อโต้แย้งภายหลัง

  6. เปิดงบการเงิน แล้วดูแค่สามอย่าง

    ไม่ต้องอ่านเป็นนักบัญชีก็ได้ประโยชน์ เปิดงบที่นำส่งไว้หลายปีเรียงกัน แล้วดูสามอย่าง คือมีรายได้เกิดขึ้นจริงไหม ตัวเลขนิ่งใกล้ศูนย์เหมือนไม่ได้ทำอะไรหรือเปล่า และหนี้สินสูงผิดส่วนกับส่วนของผู้ถือหุ้นแค่ไหน

  7. ตรวจชื่อบัญชีธนาคารก่อนกดโอน

    ก่อนกดยืนยันการโอน ให้ดูว่าชื่อบัญชีปลายทางตรงกับชื่อนิติบุคคลที่เพิ่งตรวจหรือไม่ ถ้าเป็นชื่อบุคคลธรรมดา ชื่อบริษัทอื่น หรือสะกดต่างไปเล็กน้อย ให้หยุดแล้วถามเหตุผลก่อน

  8. เก็บหลักฐานไว้ก่อนจ่ายเงิน

    บันทึกภาพหน้าจอข้อมูลทะเบียนพร้อมวันที่ตรวจ แล้วเก็บใบเสนอราคา บทสนทนา และเลขบัญชีไว้ที่เดียวกัน ถ้ามีปัญหา นี่คือสิ่งที่ธนาคารและตำรวจจะขอดูเป็นอย่างแรก

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทไม่ยอมบอกเลขทะเบียน 13 หลัก ควรทำอย่างไร

ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน ธุรกิจที่จดทะเบียนถูกต้องใช้เลขนี้ออกเอกสารอยู่ทุกวัน จึงไม่มีเหตุผลต้องปิดบัง ลองขอใบเสนอราคาหรือใบกำกับภาษีที่มีเลขนี้อยู่แล้ว ถ้ายังบ่ายเบี่ยง ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือยังไม่โอนเงิน

ค้นชื่อบริษัทแล้วไม่เจอ แปลว่าเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า

ไม่เสมอไป สาเหตุที่พบบ่อยคือสะกดไม่ตรงกับชื่อจดทะเบียน ใช้ชื่อทางการค้าคนละชื่อ เป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา หรือเป็นบริษัทต่างประเทศ ให้ค้นด้วยเลข 13 หลักซึ่งแม่นกว่า ถ้ายังไม่พบทั้งเลขและชื่อเต็ม นั่นคือจุดที่ควรหยุด

สถานะยังดำเนินกิจการอยู่ แปลว่าปลอดภัยแล้วใช่ไหม

ยังไม่ถึงขั้นนั้น สถานะบอกเพียงว่านิติบุคคลนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนเลิก บริษัทที่หยุดทำงานจริงแต่ไม่ได้แจ้งเลิก ก็ยังแสดงสถานะเหมือนบริษัทปกติ และทะเบียนไม่ได้บอกว่ามีคดีความหรือประวัติผิดนัดชำระหนี้หรือไม่

ต้องเสียเงินหรือสมัครสมาชิกไหม

การค้นข้อมูลนิติบุคคลพื้นฐานใช้ได้ฟรี ฟังก์ชันเชิงลึกบางส่วนอาจให้สมัครสมาชิกก่อน ซึ่งสมัครกับหน่วยงานรัฐโดยตรงและไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ThaiGov.co เป็นไดเรกทอรีอิสระ ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด

โอนเงินไปแล้วเพิ่งรู้ว่าผิดปกติ ทำอะไรได้บ้าง

ให้รีบที่สุด ติดต่อธนาคารของคุณทันทีเพื่อแจ้งเหตุและสอบถามเรื่องการอายัดบัญชีปลายทาง เพราะโอกาสตามเงินคืนลดลงเร็วตามเวลาที่ผ่านไป จากนั้นรวบรวมสลิปโอนเงิน บทสนทนา และข้อมูลบัญชีปลายทางไปแจ้งความ อย่าโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อกเงินก้อนเดิม เพราะนั่นคือขั้นต่อไปของกลโกงเดียวกัน

บริการที่เกี่ยวข้อง